Custom Search By Google

Custom Search

วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2552

มุมมองที่แตกต่าง (Differing Viewpoints)

มุมมองที่แตกต่าง (Differing Viewpoints)
Written by Kittivud
Thursday, 05 March 2009 01:04
Not all people can see God in the various manifestations of life.

ไม่ใช่ทุกคนสามารถเห็นสิ่งที่พระเจ้าได้กระทำให้เกิดสิ่งดีต่างๆอย่างมากมายในชีวิตของเรา



Two men looking at the same person may make two dissimilar observations;

คนสองคนมองดูคนๆเดียวกัน แต่เห็นสิ่งที่แตกต่างกัน



they may form two varying opinions, and their judgments will reflect their differing viewpoints.

พวกเขาสร้างมุมมองความคิดเห็นในสองมุม และการตัดสินของเขาจะสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างๆ



When Thomas Edison was a young man in school in Ohio, his teacher said he'd never amount to anything because, seemingly, he could learn only science and mathematics.

เมือโทมัส เอดิสันยังเป็นเด็กในโรงเรียนที่โอไฮโอ ครูของเขาพูดว่า เขาไม่สามารถทำอะไรเป็น เพราะดูเหมือนว่าเขาเรียนรู้เรื่องในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เท่านั้น



He couldn't pass his other subjects because he wasn't interested in them.

เขาไม่สามารถสอบผ่านวิชาอื่นๆ เพราะว่าเขาไม่สนใจมันเท่านั้น



The poor fellow nearly despaired when his teacher, at wit's end, recommended his expulsion.

เพื่อนผู้น่าสงสารคนนี้เกือบหมดหนทางเมือครูของเขาแนะนำให้เขาออกจากโรงเรียน



He knew he was slow in English and history, but he was sure he was going to amount to something in spite of it.

เขาเรียนรู้ช้าในวิชาภาษองกฤษและประวัติศาสตร์ แต่เขามั่นใจว่าเขาสามารถทำสิ่งต่างๆได้ดีในสิ่งที่เขาชอบ



This young man, as everybody now knows, was a genius, an electrical wizard, a pioneer inventor who helped make America's standard of living what it is today.

คนหนุ่มคนนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในปัจจุบันถึงความเป็นอัจฉริยะ เป็นพ่อมดทางด้านไฟฟ้า เป็นผู้บุกเบิกและนักประดิษฐ์ เป็นผู้สร้างมาตรฐานชีวิตของคนอเมริกาในปัจจุบัน

"ชาวสะมาเรียใจดี" หรือ "ฟาริสีใจดำ"

คุณเป็นคนแบบไหน เมื่อคุณเห็นคนถูกรถชนตรงหน้า
Written by prasc
Saturday, 11 April 2009 21:25
วันนี้มีบททดสอบความเป็น "ชาวสะมาเรียใจดี" หรือ "ฟาริสีใจดำ"


เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับน้องชายของผมคนหนึ่ง
วันนี้ประมาณสี่โมงเย็นขณะที่ผมกำลังประชุมงานกับเพื่อนผู้รับใช้ด้วยกัน
ก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นจากน้องชายที่สนิท
น้องชาย : " พี่เกี๊ยงครับ ผมรบกวนหน่อย ผมขอยืมเงิน....5,000บาทครับ"
ผม : "อ้าว เรื่องเป็นยังไงมายังไงหละ เล่าให้ฟังหน่อยสิ"
น้องชาย : "พี่อย่าเพิ่งถามผมเลย พี่มีเงินหรือเปล่าครับ เรื่องฉุกเฉิน"
ผม : "ตอนนี้พี่ไม่มีเงินหรอก
แต่เดี๋ยวจะโทรไปถามพี่เม๋ภรรยาพี่ว่าเขามีให้ไหมตอนนี้ แต่ว่า
เล่าให้ฟังได้ไหมว่าเรื่องอะไรที่ฉุกเฉิน เผื่อพี่จะได้ไปช่วยเหลือ"
น้องชาย :"ผมเล่าตอนนี้ไม่ได้พี่ แต่ว่าพี่ไม่มีเลยเหรอ"
ผม :"เอางี้ พี่ว่าเรื่องนี้ควรโทรบอกแม่ของน้องให้ทราบนะ
เพราะแม่ของน้องจะโอนเงินให้ได้สะดวกกว่าครับ เดี๋ยวพี่โทรบอกให้ไหม"
น้องชาย : "โหเป็นไรพี่ ขอบคุณครับ อย่าดีกว่า............"
แล้วก็วางหูไป


ผมได้แต่ งง แล้วก็เป็นห่วง แล้วก็คิดไปต่างๆนานาว่า
เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่ร้ายแรง
เพราะน้องคนนี้เคยมีประวัติติดพนันบอล...มีเรื่องมีราวกับอันธพาล
ขึ้นโรงพัก มาแล้ว ผมจึงได้โทรไปบอกทางแม่ของเขาให้ทราบเรื่องแล้ว
แล้วก็โทรบอกภรรยา เราต่างโทรเช็คกันให้วุ่น
แล้วในที่สุดทางแม่ของน้องชายเขาก็โอนเงินไปให้จำนวนหนึ่ง


พอตอนค่ำ ได้เจอน้องชาย (เขาพักที่แถวบ้านของผม)
ก็เลยเรียกมาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น
น้องเขาก็เดินมาด้วยหน้าตาเรียกว่าได้เซ็งๆ ถามก็ได้ความว่า
วันนี้พอดีขณะที่ขับมอเตอร์ไซต์กลับบ้าน เจอคนประสบอุบัติเหตุรถชน
(ผมถามว่าชนอะไรยังไงก็ไม่เล่ารายละเอียดให้ฟัง
ผมก็ไม่ได้เจาะประเด็นนั้น)
ก็เลยรีบเข้าไปช่วยแทนที่จะไม่สนใจเพราะผมเพิ่งกลับจากค่ายฯมา
แล้วพอพาไปโรงพยาบาล หมอต้องการเงิน
(ผมก็งงว่าทำไมไม่โทรหาญาติๆของคนป่วย)
เขาก็เลยต้องการเงินฉุกเฉินก็เลยโทรมายืมเงิน...
ผมก็ถามว่าอ้าวทำไมไม่เล่าให้ฟังว่าเรื่องเป็นอย่างนี้หละ น้องเขาตอบว่า
ผมจะเล่าไปทำไม ยังไงพี่ก็ไม่ช่วยอยู่แล้ว!!!!!!


ผมได้ยินถึงกับสะอึก แล้วอึ้งไป.....................
ทำไมน้องเขาถึงได้รีบตัดสินเราอย่างนั้น......
ผมก็อธิบายว่า
ตอนนั้นพี่ไม่มีเงินเลย
พี่ก็ควรมีสิทธิที่จะทราบเรื่อง
เผื่อจะได้ขับรถไปช่วยเหลืออะไรตรงนั้นเลยก็ยังได้
ทำไมพี่จะไม่เห็นความสำคัญ พี่ถึงกับโทรกันให้วุ่นเพื่อหาทางช่วยเหลือ
แล้วสุดท้ายน้องเขาก็สรุปว่า "ผมว่าตรงๆเลย
ถ้าพี่ไว้ใจผมพี่จะไม่ถามผมหรอกว่าจะเอาเงินไปทำอะไร"


ผมสะอึกครั้งที่สอง ...........เรื่องนี้มาวัดใจเรา
หรือตัดสินเราว่าเราไม่ไว้ใจเขาเหรอ...........
ผมก็พูดว่า "ประเด็นว่าไว้ใจหรือไม่ไว้ใจ มันตัดสินอย่างนี้ไม่ได้
ถ้าพี่มีเงินตรงนั้น แล้วถ้าเรื่องคอขาดบาดตายทำไมพี่จะไม่ช่วย
มากกว่านี้พี่ก็เคยช่วยเรามาแล้วไม่ใช่เหรอ.......
แต่เพียงแค่พี่ขอมีสิทธิรู้...เท่านั้น"


แต่พูดไป ก็คิดว่า สิ่งที่เป็นปัญหาคือ "ทัศนคติ"ของน้องเขาที่มีต่อเรา
มันตัดสินไปแล้ว....เปรียบเหมือนว่าผมเป็นฟาริสีใจดำ.... น้องเขาบอกว่า
"ถ้าผมบอกไปพี่จะช่วยเหรอ พี่ก็ไม่ช่วยอยู่ดี"......


เรื่องนี้ยาวครับ ..............สุดท้ายยังไง ผมก็บอกเขาว่า
ผมชื่นชมในความเป็นคนมีน้ำใจของเขา แม้ว่าเขาก็ไม่มีเงินเลยก็ตาม
เป็นชาวสะมาเรียใจดี แต่ก็ไม่ควรตัดสินคนอื่นว่าเป็น ฟาริสีใจดำด้วย


โลกใบนี้ทุกวันนี้มีเรื่องอะไรร้ายๆเกิดขึ้นเยอะครับ เด็กขอทาน
เด็กเช็ดกระจกตามสี่แยก เด็กขายพวกมาลัย ดอกไม้ตามร้านอาหาร
เด็กจรจัดแถวหัวลำโพง ไม่นับเด็กพิการซ้ำซ้อน ปัญญาอ่อนตามมูลนิธิต่างๆ
การที่เราจะเลือกช่วยเหลือที่ใด อย่างไร เท่าไหร่ หรือยังไง
มันก็เป็นสิทธิของเราที่จะทำ พระเจ้าไม่เคยบังคับในสิ่งนี้
เพียงแต่ความมีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ภายในก็ทำให้เราแต่ละคนเป็นคนที่มีจิตใจ
"อ่อนโยน" และ "เมตตาช่วยเหลือ"ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากอยู่แล้ว


ถ้าวันนึงคุณเดินไปเจอขอทาน คุณจะให้เงินเขาไหม......
คุณเดินไปเจอเด็กจรจัด ขอตังค์กินข้าวคุณจะให้เขาไหม........
วันนึงถ้าคุณเดินไปเจอคนประสบอุบัติเหตุ
คุณจะรีบเข้าไปช่วยเขาไหม......... อย่างไรหละ...
ตอบกันเองครับ........


www.gueeng.com
คริสเตียน ตัวโน๊ต และไซเบอร์

ความผิดพลาด 9 ประการที่ควรหลีกเลี่ยง (Nine Mistakes to Avoid)

ความผิดพลาด 9 ประการที่ควรหลีกเลี่ยง (Nine Mistakes to Avoid)Written by Kittivud
Wednesday, 25 February 2009 23:58


เศร้าโศกกับความผิดพลาดของวันวาน (Remorse over yesterday's failure).
กระวนกระวายกับปัญหาของวันนี้ (Anixety over today's problems).
กังวลกับความไม่แน่นอนของวันพรุ่งนี้ (Worry over tomorrow's uncertainty).
อ่อยอิ่งกับงานที่ได้รับมอบหมายของวันนี้ (Procrastination with one's present duty).
วุ่นวายใจกับความสำเร็จของผู้อื่น (Resentment of another's success).
วิภาควิจารย์กับความไม่สมบูรณ์ของเพื่อนบ้าน (Criticism of a neighbor's imperfections).
เพิกเฉยกับความข้อบกพร่องของวัยรุ่น (Impatience with youth's imperfections).
เคลือบแคลงกับอนาคตของประเทศ (Skepticism of our nation's future).
ไม่วางใจในการจัดเตรียมของพระเจ้า (Unbelief in God's providence).

กฏ10 ข้อที่ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น (Ten Rules for Happier Living)

กฏ10 ข้อที่ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น (Ten Rules for Happier Living)
Written by Kittivud
Monday, 09 March 2009 01:21


Give something away (no strings attached). - รู้จักปล่อยบางสิ่งออกไปบ้าง (ไม่ยึดติด)
Do a kindness (and forget it). - มีใจกรุณา (และให้อภัย)
Spend a few minutes with the aged (their experience can be priceless guidance). - หาเวลาในการพูดคุยกับผู้สูงอายุ (ประสบการณ์ของท่านที่หาค่าไม่ได้จะช่วยแนะนำเรา)
Look intently into the face of a baby (and marvel). - ใส่ใจกับการมองดูหน้าเด็กเล็กๆ (และจะปลาดใจ)
Laugh often (it is life's lubricant). - หัวเราะบ่อยๆ (มันเป็นสิ่งหล่อลื่นชีวิต)
Give thanks (a thousand times a day is not enough). - ขอบคุณ (สักพันครั้งต่อวันก็ไม่พอ)
Pray (or you will lose the way). - อธิษฐาน (หรือคุณอาจจะหลงทาง)
Work (with vim and vigor). - ทำงาน (อย่างกระฉับกระเฉง)
Plan as though you will live forever (because you will). - วางแผนเหมือนกับว่าคุณจะมีอายุยืนยาว (เพราะว่าคุณจะเป็น)
Live as though you will die tomorrow (because you will die on some tomorrow). - ใช้ชีวิตเหมือนกับว่าคุณจะตายวันพรุ่งนั้ (เพราะว่าคุณจะตายในวันหนึ่งของวันพรุ่งนี้)

ความมั่งมีในชีวิตคริสเตียน (The Christian's Riches)

ความมั่งมีในชีวิตคริสเตียน (The Christian's Riches)
Written by Kittivud
Monday, 02 March 2009 00:09
http://www.gracezone.org/index.php/mana/333--the-christians-riches

ในพระเยซูคริสต์เราจะพบกับ

A LOVE that can never be fathomed (ความรักที่ไม่สามารถหยั่งความลึกได้);

A LIFE that can never die (ชีวิตที่ไม่พบกับความตาย);

A RIGHTEOUSNESS that can never be tarnished (ความชอบธรรมที่ไม่เคยด่างพร้อย);

A PEACE that can never be understood (สันติสุขที่ไม่สามารถเข้าใจได้);

A REST that can never be disturbed (การพักสงบที่ไม่เคยถูกรบกวน);

A JOY that can never be diminished (ความชื่นชมยินดีที่ไม่เคยลดลง);

A HOPE that can never be disappointed (ความหวังที่ไม่เคยผิดหวัง);

A GLORY that can never be clouded (สง่าราศีที่ไม่เคยถูกบดบัง);

A HAPPINESS that can never be interrupted (ความสุขที่ไม่เคยถูกขัดจังหวะ);

A LIGHT that can never be darkened (ความสว่างที่ไม่เคยมืดมิด);

A STRENGTH that can never be enfeebled (ความเข้มแข็งที่ไม่เคยอ่อนลง);

A BEAUTY that can never be marred (ความสวยงามที่ไม่เคยมีรอยขีดข่วน);

A PURITY that can never be defiled (ความบริสุทธิ์ที่ไม่เคยถูกเจือปน);

A WISDOM that can never be baffled (สติปัญญาที่ไม่เคยสับสน);

RESOURCES that can never be exhausted (แหล่งของความบริบูรณ์ที่ไม่เคยหดหาย

สูตรชงโอวัลติน


สูตรชงโอวัลติน

1. โอวัลตินร้อน สูตรธรรมชาติ

- โอวัลติน 5 ช้อนชา เติมน้ำร้อน 3/4 ถ้วย (150 มล.) เติมน้ำผึ้งตามชอบ คนให้ละลายเข้ากัน

2. โอวัลติน สูตรดับเบิ้ลแคลเซียม

- โอวัลติน 5 ช้อนชา เติมนมสดอุ่น 3/4 ถ้วย (150 มล.) เติมน้ำตาลตามชอบใจ

3. โอวัลตินร้อน สูตรมอลต์ก้า

- โอวัลติน 3 ช้อนชา เติมกาแฟ 2 ช้อนชา เติมน้ำร้อน 3/4 ถ้วย (150 มล.) เติมนมข้นหวาน 2 ช้อนชา

4. โอวัลตินเย็น สูตรโรงเรียน

- โอวัลติน 5 ช้อนชา เติมน้ำร้อน 1/4 ถ้วย (50 มล.) คนให้เข้ากัน เติมน้ำเย็น 1/4 ถ้วย (50 มล.)
เติมนมข้นหวาน 3 ช้อนชา คนให้ละลาย เติมน้ำแข็งตามชอบ

5. โอวัลตินเย็น สูตรภูเขาไฟ

- โอวัลติน 5 ช้อนชา เติมน้ำร้อน 3/4 ถ้วย (150 มล.) เติมนมข้นหวาน 3 ช้อนชา น้ำตาล 1 ช้อนชา
คนให้ละลาย เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเต็ม โรยนมข้นจืด ตามด้วยโอวัลติน 3 ช้อนชา

6. โอวัลตินหวานเย็น

- เตรียมน้ำแข็งบด 1 ถ้วย โรยโอวัลติน 5 ช้อนชา ราดนมข้นหวาน 2 ช้อนชา แต่งหน้าด้วยเยลลี่ คุ้กกี้
หรือขนมปังตามชอบ

7. ขนมปังหน้าโอวัลติน

- ขนมปังปอนด์แบบแผ่น ราดด้วยนมข้นหวาน 2 ช้อนชา โรยโอวัลติน 3 ช้อนชาให้ทั่ว

เพิ่มสูตรชาเนสทีเย็น

- ชาเนสทีแบบผง 3 ช้อนชา คอฟฟี่เมท 1 ช้อนชา น้ำตาล 1 ช้อนชา นมข้นหวาน 2 ช้อนชา
เติมน้ำร้อน 1/4 ถ้วย (50 มล.) คนให้เข้ากัน เติมน้ำเย็นหรือน้ำชา 1/4 ถ้วย (50 มล.) เติมน้ำแข็ง

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2552

Don't give up.....

Don't give up.....

One day I decided to quit...
I quit my job, my relationship, my spirituality. .. I wanted to quit my life.
I went to the woods to have one last talk with God.
'God', I asked, 'Can you give me one good reason not to quit?'
His answer surprised me...
'Look around', He said. 'Do you see the fern and the bamboo?'
'Yes', I replied.
'When I planted the fern and the bamboo seeds, I took very good care of them.
I gave them light.
I gave them water.
The fern quickly grew from the earth.
Its brilliant green covered the floor.
Yet nothing came from the bamboo seed. But I did not quit on the bamboo.
In the second year the Fern grew more vibrant and plentiful.
And again, nothing came from the bamboo seed. But I did not quit on the bamboo. He said.
'In year three there was still nothing from the bamboo seed.
But I would not quit.
In year four, again, there was nothing from the bamboo seed. I would
not quit.' He said.
'Then in the fifth year a tiny sprout emerged from the earth. Compared
to the fern it was seemingly small and insignificant. ..But just 6
months later the bamboo rose to over 100 feet tall.
It had spent the five years growing roots. Those roots made it strong and gave it what it needed to survive.
I would not give any of my creations a challenge it could not handle.'
He asked me. 'Did you know, my child, that all this time you have been struggling, you have actually been growing roots'.
'I would not quit on the bamboo.
I will never quit on you.'
'Don't compare yourself to others.'
He said.
'The bamboo had a different Purpose than the fern.
Yet they both make the forest beautiful.'
'Your time will come', God said to me.
'You will rise high'
'How high should I rise?'
I asked.
'How high will the bamboo rise?' He asked in return.
'As high as it can?' I questioned.
'Yes.' He said, 'Give me glory by rising as high as you can.'
I left the forest and brought back this story.
I hope these words can help you see that God will never give up on you.
Never, Never, Never Give up.
For the Prayer is not an option but an opportunity.
Don't tell the Lord how big the problem is,
tell the problem how Great the Lord is!

Heavens door open this morning, God asked me...
'My CHILD, what can I do for you?'
And I said, 'Father, please protect and bless the one reading this message.'
God smiled and answered, 'Request granted

เทคโนโลยี

ดาวน์โหลดโปรแกรมมาใหม่ล่าสุด |

อัพโหลดไฟล์

วาไรตี้

ข่าวประจำวัน

Movie

สารบัญเว็บไทย

Thailand Map