Custom Search By Google

Custom Search
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ "ชาวสะมาเรียใจดี" หรือ "ฟาริสีใจดำ" แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ "ชาวสะมาเรียใจดี" หรือ "ฟาริสีใจดำ" แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2552

"ชาวสะมาเรียใจดี" หรือ "ฟาริสีใจดำ"

คุณเป็นคนแบบไหน เมื่อคุณเห็นคนถูกรถชนตรงหน้า
Written by prasc
Saturday, 11 April 2009 21:25
วันนี้มีบททดสอบความเป็น "ชาวสะมาเรียใจดี" หรือ "ฟาริสีใจดำ"


เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับน้องชายของผมคนหนึ่ง
วันนี้ประมาณสี่โมงเย็นขณะที่ผมกำลังประชุมงานกับเพื่อนผู้รับใช้ด้วยกัน
ก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นจากน้องชายที่สนิท
น้องชาย : " พี่เกี๊ยงครับ ผมรบกวนหน่อย ผมขอยืมเงิน....5,000บาทครับ"
ผม : "อ้าว เรื่องเป็นยังไงมายังไงหละ เล่าให้ฟังหน่อยสิ"
น้องชาย : "พี่อย่าเพิ่งถามผมเลย พี่มีเงินหรือเปล่าครับ เรื่องฉุกเฉิน"
ผม : "ตอนนี้พี่ไม่มีเงินหรอก
แต่เดี๋ยวจะโทรไปถามพี่เม๋ภรรยาพี่ว่าเขามีให้ไหมตอนนี้ แต่ว่า
เล่าให้ฟังได้ไหมว่าเรื่องอะไรที่ฉุกเฉิน เผื่อพี่จะได้ไปช่วยเหลือ"
น้องชาย :"ผมเล่าตอนนี้ไม่ได้พี่ แต่ว่าพี่ไม่มีเลยเหรอ"
ผม :"เอางี้ พี่ว่าเรื่องนี้ควรโทรบอกแม่ของน้องให้ทราบนะ
เพราะแม่ของน้องจะโอนเงินให้ได้สะดวกกว่าครับ เดี๋ยวพี่โทรบอกให้ไหม"
น้องชาย : "โหเป็นไรพี่ ขอบคุณครับ อย่าดีกว่า............"
แล้วก็วางหูไป


ผมได้แต่ งง แล้วก็เป็นห่วง แล้วก็คิดไปต่างๆนานาว่า
เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่ร้ายแรง
เพราะน้องคนนี้เคยมีประวัติติดพนันบอล...มีเรื่องมีราวกับอันธพาล
ขึ้นโรงพัก มาแล้ว ผมจึงได้โทรไปบอกทางแม่ของเขาให้ทราบเรื่องแล้ว
แล้วก็โทรบอกภรรยา เราต่างโทรเช็คกันให้วุ่น
แล้วในที่สุดทางแม่ของน้องชายเขาก็โอนเงินไปให้จำนวนหนึ่ง


พอตอนค่ำ ได้เจอน้องชาย (เขาพักที่แถวบ้านของผม)
ก็เลยเรียกมาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น
น้องเขาก็เดินมาด้วยหน้าตาเรียกว่าได้เซ็งๆ ถามก็ได้ความว่า
วันนี้พอดีขณะที่ขับมอเตอร์ไซต์กลับบ้าน เจอคนประสบอุบัติเหตุรถชน
(ผมถามว่าชนอะไรยังไงก็ไม่เล่ารายละเอียดให้ฟัง
ผมก็ไม่ได้เจาะประเด็นนั้น)
ก็เลยรีบเข้าไปช่วยแทนที่จะไม่สนใจเพราะผมเพิ่งกลับจากค่ายฯมา
แล้วพอพาไปโรงพยาบาล หมอต้องการเงิน
(ผมก็งงว่าทำไมไม่โทรหาญาติๆของคนป่วย)
เขาก็เลยต้องการเงินฉุกเฉินก็เลยโทรมายืมเงิน...
ผมก็ถามว่าอ้าวทำไมไม่เล่าให้ฟังว่าเรื่องเป็นอย่างนี้หละ น้องเขาตอบว่า
ผมจะเล่าไปทำไม ยังไงพี่ก็ไม่ช่วยอยู่แล้ว!!!!!!


ผมได้ยินถึงกับสะอึก แล้วอึ้งไป.....................
ทำไมน้องเขาถึงได้รีบตัดสินเราอย่างนั้น......
ผมก็อธิบายว่า
ตอนนั้นพี่ไม่มีเงินเลย
พี่ก็ควรมีสิทธิที่จะทราบเรื่อง
เผื่อจะได้ขับรถไปช่วยเหลืออะไรตรงนั้นเลยก็ยังได้
ทำไมพี่จะไม่เห็นความสำคัญ พี่ถึงกับโทรกันให้วุ่นเพื่อหาทางช่วยเหลือ
แล้วสุดท้ายน้องเขาก็สรุปว่า "ผมว่าตรงๆเลย
ถ้าพี่ไว้ใจผมพี่จะไม่ถามผมหรอกว่าจะเอาเงินไปทำอะไร"


ผมสะอึกครั้งที่สอง ...........เรื่องนี้มาวัดใจเรา
หรือตัดสินเราว่าเราไม่ไว้ใจเขาเหรอ...........
ผมก็พูดว่า "ประเด็นว่าไว้ใจหรือไม่ไว้ใจ มันตัดสินอย่างนี้ไม่ได้
ถ้าพี่มีเงินตรงนั้น แล้วถ้าเรื่องคอขาดบาดตายทำไมพี่จะไม่ช่วย
มากกว่านี้พี่ก็เคยช่วยเรามาแล้วไม่ใช่เหรอ.......
แต่เพียงแค่พี่ขอมีสิทธิรู้...เท่านั้น"


แต่พูดไป ก็คิดว่า สิ่งที่เป็นปัญหาคือ "ทัศนคติ"ของน้องเขาที่มีต่อเรา
มันตัดสินไปแล้ว....เปรียบเหมือนว่าผมเป็นฟาริสีใจดำ.... น้องเขาบอกว่า
"ถ้าผมบอกไปพี่จะช่วยเหรอ พี่ก็ไม่ช่วยอยู่ดี"......


เรื่องนี้ยาวครับ ..............สุดท้ายยังไง ผมก็บอกเขาว่า
ผมชื่นชมในความเป็นคนมีน้ำใจของเขา แม้ว่าเขาก็ไม่มีเงินเลยก็ตาม
เป็นชาวสะมาเรียใจดี แต่ก็ไม่ควรตัดสินคนอื่นว่าเป็น ฟาริสีใจดำด้วย


โลกใบนี้ทุกวันนี้มีเรื่องอะไรร้ายๆเกิดขึ้นเยอะครับ เด็กขอทาน
เด็กเช็ดกระจกตามสี่แยก เด็กขายพวกมาลัย ดอกไม้ตามร้านอาหาร
เด็กจรจัดแถวหัวลำโพง ไม่นับเด็กพิการซ้ำซ้อน ปัญญาอ่อนตามมูลนิธิต่างๆ
การที่เราจะเลือกช่วยเหลือที่ใด อย่างไร เท่าไหร่ หรือยังไง
มันก็เป็นสิทธิของเราที่จะทำ พระเจ้าไม่เคยบังคับในสิ่งนี้
เพียงแต่ความมีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ภายในก็ทำให้เราแต่ละคนเป็นคนที่มีจิตใจ
"อ่อนโยน" และ "เมตตาช่วยเหลือ"ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากอยู่แล้ว


ถ้าวันนึงคุณเดินไปเจอขอทาน คุณจะให้เงินเขาไหม......
คุณเดินไปเจอเด็กจรจัด ขอตังค์กินข้าวคุณจะให้เขาไหม........
วันนึงถ้าคุณเดินไปเจอคนประสบอุบัติเหตุ
คุณจะรีบเข้าไปช่วยเขาไหม......... อย่างไรหละ...
ตอบกันเองครับ........


www.gueeng.com
คริสเตียน ตัวโน๊ต และไซเบอร์

เทคโนโลยี

ดาวน์โหลดโปรแกรมมาใหม่ล่าสุด |

อัพโหลดไฟล์

วาไรตี้

ข่าวประจำวัน

Movie

สารบัญเว็บไทย

Thailand Map